พลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก

google    youtube     พสว.       สพม11

หน่วยที่่ 3

หน่วยการเรียนรู้ที่  ๓

คุณลักษณะพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก

แนวคิดหลัก  คุณลักษณะพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลกที่สำคัญคือ การเคารพกฎหมายและกติกาสังคม การเคารพสิทธิเสรีภาพของตนเองและบุคคลอื่น มีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีคุณธรรมจริยธรรมเป็นหลักในการดำเนินชีวิต หากประเทศชาติและสังคมโลกของเรา มีพลเมืองที่ดีมีคุณลักษณะเช่นนี้ ก็จะก่อให้เกิดความสงบสุข

·       การเคารพกฎหมายและกติกาสังคม

        ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้นิยามความหมายของกฎหมายไว้ว่า กฎหมายคือ กฎที่สถาบันหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้นหรือเกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตามหรือหรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ

      กฎหมายเป็นข้อบังคับที่รัฐหนึ่งๆ ตราขึ้นมาเพื่อใช้กำหนดความประพฤติและระเบียบแบบแผนของพลเมืองที่อยู่ร่วมกันภายในรัฐนั้นและรวมไปถึงบังคับที่รัฐแต่ละรัฐผูกพันต้องปฏิบัติตามพันธกรณีและความร่วมมือที่ให้ไว้ระหว่างกัน เนื่องจากสังคมมีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วกว่าในอดีตมาก การควบคุมดูแลโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลจึงไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการมีกฎหมายขึ้นมาเพื่อช่วยในการกำหนดการปฏิบัติจึงมีความจำเป็นสำหรับสังคมทุกระดับ

       กฎหมายจึงมีความสำคัญในการควบคุมพฤติกรรมของบุคคลให้อยู่ในระเบียบแบบแผนที่ดีงาม ช่วยคุ้มครองและรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความสงบเรียบร้อยให้สังคมด้วย

·       การเคารพสิทธิเสรีภาพของตนเองและบุคคลอื่น

       สิทธิ หมายถึง ประโยชน์ที่บุคคลหนึ่งๆ พึงได้รับตามกฎหมาย เช่น การได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การรักษาพยาบาลจากรัฐ เป็นต้น

       เสรีภาพ หมายถึง ความเป็นอิสระของบุคคลที่จะกระทำการใดๆภายในขอบเขตของกฎหมายที่กำหนดไว้ เช่น การแสดงออก การนับถือศาสนา การเดินทาง เป็นต้น

      รัฐบาลไทยได้ให้ความสัมพันธ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้พิจารณาได้จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งได้บัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องไว้ใน หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย

       ส่วนที่ 1 บททั่วไป ได้กล่าวถึงสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย เช่น การใช้สิทธิและเสรีภาพภายในขอบเขตและการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ เป็นต้น

       ส่วนที่ 2 ว่าด้วยความเสมอภาค

       ส่วนที่ 3 สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล ประกอบด้วย สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย เสรีภาพเคหสถาน เสรีภาพในการเดินทางและการเลือกถิ่นที่อยู่ การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล เสรีภาพในการนับถือศาสนา การเกณฑ์แรงงาน

      ส่วนที่ 4 สิทธิในกระบวนการยุติธรรม

       ส่วนที่ 5 สิทธิในทรัพย์สิน ประกอบด้วย สิทธิในทรัพย์สินและการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

      ส่วนที่ 6 สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ประกอบด้วย เสรีภาพในการประกอบอาชีพและสิทธิได้รับหลักประกันความปลอดภัยในการทำงาน

     ส่วนที่ 7 เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน

     ส่วนที่ 8 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา ประกอบด้วย สิทธิในการรับการศึกษาเสรีภาพในทางวิชาการ

     ส่วนที่ 9 สิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ

     ส่วนที่ 10 สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน

     ส่วนที่ 11 เสรีภาพในการชุมชนและการสมาคม ประกอบด้วย เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม และเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง

    ส่วนที่ 12 สิทธิชุมชน เช่น สิทธิในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

    ส่วนที่ 13 สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งกล่าวถึงข้อห้ามในการใช้สิทธิและเสรีภาพ และสิทธิในการต่อต้านโดยสันติวิธี

·       การมีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

       ในสังคมจะมีปัญหาและความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งปัญหาและความขัดแย้งนี้อาจเกิดมาจากบุคคล กลุ่มบุคคลหรือองค์กร และการแก้ไขปัญหาหรือหาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ย่อมจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากบุคคลมีภูมิหลังของครอบครัว การศึกษา และวิธีคิดที่แตกต่างกันการใช้อารมณ์หรือยึดความคิดของตนเองเป็นหลัก จะทำให้เกิดความไร้ระเบียบและรุนแรงได้ง่าย

       ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต่างๆ จึงจำเป็นต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ประชาชนในสังคมจะต้องเคารพความแตกต่างของผู้อื่น ไม่ยึดตัวเองเป็นใหญ่ มีการหาข้อยุติในลักษณะของการร่วมกันคิด และร่วมกันอภิปรายโดยใช้ข้อมูลอย่างรอบด้าน มีการพิจารณาเหตุผลของแต่ละฝ่ายด้วยใจเป็นธรรม ข้อเสนอของฝ่ายใดที่มีเหตุผลและมีความเป็นไปได้มากกว่าก็จะถูกนำไปปฏิบัติต่อไป

·     การมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลก

       ประเทศชาติหรือสังคมในระดับต่างๆ จะพัฒนาหรือมีความเจริญก้าวหน้าไปได้มากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชากร เนื่องจากการอยู่ร่วมกันในสังคมทุกระดับ ประชากรหรือพลเมืองในสังคมย่อมมีบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบที่แตกต่างกันไปตามคุณวุฒิและวัยวุฒิ ทั้งนี้หากพลเมืองสามารถปฏิบัติตนโดยมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลกแล้ว สังคมในทุกระดับก็จะพัฒนาหรือมีความเจริญก้าวหน้าไปด้วย

       การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีนั้นจำเป็นต้องคำนึงความรับผิดชอบต่อตนเอง ชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลกตามบทบาทและหน้าที่ของตนในสังคมระดับต่างๆซึ่งมีแนวทางปฏิบัติตนดังนี้

       1.การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีในครอบครัว

       1.1การปฏิบัติตนระหว่างบิดามารดากับบุตร

       1.2การปฏิบัติตนระหว่างสามีกับภรรยา

       1)ยกย่องให้เกียรติซึ่งกันและกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง

       2)ช่วยเหลือญาติของแต่ละฝ่ายตามสมควร

       3)เคารพให้เกียรติกัน ซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่นอกใจกัน

       4)รู้จักสงเคราะห์กันและกัน เห็นอกเห็นใจกัน

       5)รู้จักใช้จ่าย ไม่ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย รักษาทรัพย์สินที่หามาได้

       6)ขยัน ไม่เกียจคร้านในงานทั้งปวง ตั้งใจทำงานเพื่อสร้างหลักฐานให้แก่ครอบครัว

       7)ร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วยกัน ไม่ละทิ้งกันในยามทุกข์ยาก

       8)มีเหตุมีผล มีความเข้าใจกัน ถนอมน้ำใจกัน ไม่ดูหมิ่นกัน

      9)ไม่นำเรื่องราวปัญหา ความร้อนใจต่างๆ ในครอบครัวไปเปิดเผยแก่คนทั่วไปภายนอกรวมทั้งไม่นำเรื่องราวปัญหาต่างๆที่ร้อนใจจากภายนอกเข้ามาในครอบครัว

     2.การปฏิบัติเป็นพลเมืองดีในโรงเรียน

     2.1การปฏิบัติตนต่อกันระหว่างครูกับลูกศิษย์

     2.2การปฏิบัติต่อกันระหว่างเพื่อน

     1)มีน้ำใจเผื่อแผ่แบ่งปัน ไม่เห็นแก่ตัว

     2)มีความรักใคร่ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

     3)แนะนำและตักเตือนเพื่อนให้คบคนดี ไม่คบคนพาลและคนที่ทำผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม

     4)ยามเพื่อนมีสุขก็ยินดี ยามเพื่อนมีทุกข์ก็ไม่สบายใจ

     5)ในคราวมีภัยเป็นที่พึ่งได้ ไม่ละทิ้งกันในยามทุกข์ยาก

     3.การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีในท้องถิ่น

     3.1ติดตามดูแลและตรวจสอบการให้บริการสาธารณะขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งการตรวจสอบ การจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้างในโครงการต่างๆ และการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าถูกต้องโปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่

     3.2เสียภาษีให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือนและที่ดิน เป็นต้น เพื่อจะได้นำไปจัดทำบริการสาธารณะที่จำเป็นต่อความเจริญเติบโตของท้องถิ่น เช่นถนนหนทาง การศึกษา เป็นต้น

     3.3ร่วมมือกันรักษาความสะอาดและพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ เช่น ไม่ขีดเขียนตามกำแพง ทิ้งขยะในภาชนะที่จัดไว้ให้ ไม่ทิ้งลงบนถนนหรือแม่น้ำลำครอง เป็นต้น

    3.4ช่วยกันดูแลรักษาสาธารณูปโภคที่เป็นของส่วนรวมของท้องถิ่นเพื่อให้สามารถใช้การได้ เช่น ไม่ใช้รถบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่ถนนจะรับได้ ไม่ทุบกระจกหรือทำลายโทรศัพท์ เป็นต้น

    3.5ช่วยกันอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีต ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป

    3.6เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น การไม่ทำลายป่าไม้ ไม่ทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร เป็นต้น

       4.การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของประเทศ

       4.1ไม่กล่าวหาหรือให้ข่าวแพร่หลายซึ่งเป็นข้อความหรือภาพไม่ว่าด้วยวิธีใดไปยังสาธารณชน อันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น

       4.2ในการชุมนุมต่างๆ พลเมืองดีควรชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

       4.3ไม่รวมตัวกันในทางที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรวมตัวกันเพื่อการผูกขาดตัดตอนในทางเศรษฐกิจ

       4.4รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

       4.5ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การเลือกตั้งเป็นการคัดเลือกบุคคลเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ถ้าเลือกคนผิดหรือคนไม่ดีเข้าไปบริหารประเทศ จะส่งผลทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศได้ ดังนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งคนไทยที่มีสิทธิต้องไปลงคะแนนเลือกตั้ง

·       การเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง

       หัวใจสำคัญของประชาธิปไตยคือ การเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองของประชาชน วิธีการแสดงเจตนารมณ์ของประชาชนอาจกระทำได้หลายประการ เช่น การติดตามดูแลและตรวจสอบการให้บริการสาธารณะการคัดค้านและการต่อต้านการทำงานของหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ ที่ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม การร่วมกันลงชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายหรือเพื่อถอดถอนนักการเมืองเมื่อเห็นว่าบุคคลนั้นไม่สมควรดำรงตำแหน่งอีกต่อไป และการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นต้น

·       การมีส่วนร่วมในการป้องกัน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และสิ่งแวดล้อม

      ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง หรือปัญหาสิ่งแวดล้อม ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนที่สมาชิกในสังคมต้องเผชิญร่วมกัน ดังนั้นสมาชิกในสังคม จึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกัน เช่น

      การมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตการณทางเศรษฐกิจ สมาชิกของสังคมที่เป็นพลเมืองดีจะต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้อาจทำได้โดยการติดตามข้อมูลข่าวสาร และให้ความร่วมมือตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด เช่นลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน ช่วยกันอุดหนุนสินค้าภายในประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือการดำเนินเศรษฐกิจตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น

Ø การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การรณรงค์ อนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมสามารถทำได้หลายประการ ดังนี้

·       ปราบวัชพืชในแหล่งน้ำเพื่อป้องกันการตื้นเขิน

·       กำหนดพื้นที่อนุรักษ์ป่าชายเลนและเขตอนุรักษ์สัตว์น้ำในป่าชายเลน

·       รณรงค์และต่อต้านการทิ้งขยะ และปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำลำคลอง

·       รณรงค์การแยกขยะ กำจัดขยะและใช้ประโยชน์จากขยะ

·       เผยแพร่ความรู้ และสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน

·       ลดการใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนให้มากขึ้น

·       ลดการใช้โฟมให้น้อยลง โดยเฉพาะในหน้าเทศกาลสำคัญ

·       ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านลง และลดปัญหาในเรื่องการใช้พลังงานโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสูง เช่น โทรทัศน์ พัดลม ตู้เย็น เตารีด เป็นต้น

      การรณรงค์ให้ตระหนักเกี่ยวกับอาหารดัดแปลงพันธุกรรมจากพืชและสัตว์ (GMO) การดัดแปลงพันธุกรรมเป็นการนำพันธุกรรมจากเซลล์สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง (พืช สัตว์จุลินทรีย์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ) ไปใส่ในสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง โดยใช้กระบวนการตัดแต่งทางพันธุกรรม เพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ขึ้นมาโดยไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ในปัจจุบันได้มีการค้นพบผลเสียที่เกิดจากการบริโภคอาหารดัดแปลงพันธุกรรมมากมาย เช่น ผลเสียต่อสุขภาพ ผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ผลเสียทางจริยธรรม เป็นต้น

Ø การต่อต้านสารเสพติด

        สารเสพติดเป็นอันตรายทั้งต่อบุคคลและความมั่นคงของประเทศ สารเสพติดสร้างความเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม ซึ่งเป็นภัยอย่างสำคัญต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่เพียงแต่ประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับมหันตภัยร้ายจากสารเสพติด ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต่างก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน สารเสพติดจึงเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข

       พลเมืองดีสามารถที่จะช่วยลดปัญหาสารเสพติดให้น้อยลงได้โดยการปฏิบัติ ดังนี้

1.ในกรณีที่เป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบการ โดยเฉพาะสถานที่เสี่ยงต่อการระบาดของสารเสพ 6 ประเภท ได้แก่  สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีบริการแก๊สแก่ยานพาหนะ สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ โรงงาน สถานที่จัดให้มีการเล่นบิลเลียดและสนุกเกอร์ และอาคารที่พักอาศัยในเชิงพาณิชย์ประเภทหอพัก อาคารชุดหรือเกสต์เฮาส์

1.1ติดป้ายหรือประกาศเตือน

1.2ควบคุม สอดส่อง ดูแล

1.3พิจารณาคัดเลือกบุคลากร

1.4อบรมพนักงานให้มีความเข้าใจ

1.5จัดทำประวัติพนักงานไว้ประจำสถานประกอบการ

1.6ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ

2.ในกรณีของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

2.1สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด

2.2จัดหาหรือให้ให้เงินหรือทรัพย์สิน

2.3รับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด

2.4คบค้าสมาคมเป็นอาจิณกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด

2.5เป็นผู้ประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยในความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับสารเสพติด

2.6ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายของสถาบันประกอบการอย่างเคร่งครัด

3.ในกรณีของประชาชนทั่วไป

3.1ประชาชนทั่วไปจะต้องไม่เสพสารเสพติดทุกประเภท

3.2ไม่กระทำการใดๆตามข้อ 2.1-2.4 เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

3.3สอดส่องและแจ้งเบาะแสการกระทำที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดแก่เจ้าหน้าที่รัฐ

3.4ช่วยเหลือและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ

3.5ช่วยกันรณรงค์เพื่อต่อต้านสารเสพติด

Ø การต่อต้านการสูบบุหรี่

การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีมีส่วนช่วยลดการสูบบุหรี่ให้มีน้อยลง ดังนี้

1)ไม่จำหน่าย ขาย แลกเปลี่ยนหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลซึ่งตนรู้อยู่ว่าผู้ซื้อ หรือผู้รับ เป็นผู้มีอายุไม่ครบสิบแปดปีบริบูรณ์

2)ไม่ขายสินค้าหรือให้บริการโดยมีการแจก แถม หรือแลกเปลี่ยนกับบุหรี่ และในทางกลับกันคือ ไม่ขายบุหรี่โดยแจก แถม หรือให้แลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่นหรือการให้บริการอย่างอื่นประกอบ

3)ไม่ให้หรือไม่เสนอให้สิทธิในการเข้าชมการแข่งขันการแสดง การให้บริการหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆเป็นการตอบแทนแก่ผู้ซื้อบุหรี่

4)ไม่แจกจ่ายบุหรี่ในลักษณะเป็นตัวอย่าง เพื่อการหวังผลให้มีการใช้บุหรี่นั้นอย่างแพร่หลาย หรือเป็นการจูงใจให้ประชาชนเสพบุหรี่นั้น

5)ไม่โฆษณาบุหรี่หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของบุหรี่ในสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์และสื่อต่างๆ หรือใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของบุหรี่ในการแสดง การแข่งขัน การให้บริการหรือการกระทำกิจกรรมต่างๆ

6)ไม่ผลิต นำเข้าเพื่อขาย หรือเพื่อแจกจ่ายเป็นการทั่วไป หรือโฆษณาสินค้าอื่นใดที่มีรูปลักษณะ ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสิ่งเลียนแบบบุหรี่

Ø การรณรงค์เพื่อการป้องกันโรคเอดส์

 สิ่งที่พลเมืองดีต้องช่วยกันเพื่อป้องกันโรคเอดส์ คือ

1.รณรงค์ให้เกิดค่านิยมในการป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดโรคเอดส์ เช่น การสำส่อนทางเพศ การใช้สารเสพติด เป็นต้น

2.รณรงค์ให้มีการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น มีความรักและความเข้าใจที่ดีต่อกันระหว่างบุคคลในครอบครัว

3.ไม่ใช้สิ่งของที่สามารถติดเชื้อเอดส์ร่วมกับผู้อื่น เช่น เข็ม และกระบอกฉีดยา เป็นต้น

4.ไม่ควรใช้เครื่องมือบางอย่างที่อาจทำให้เกิดบาดแผลร่วมกับผู้อื่น

5.ก่อนแต่งงานควรรับบริการปรึกษาเรื่องโรคเอดส์ ถ้าพบว่าคนใดคนหนึ่งมีเลือดบวก ควรหาทางป้องกันมิให้ติดไปยังอีกคนหนึ่ง

6.ปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย

7.ช่วยให้ผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของตนในการติดเชื้อเอดส์และมีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิตต่อไป

·       การมีคุณธรรมจริยธรรมเป็นหลักในการดำเนินชีวิต

1.ความมีน้ำใจ จะทำให้เข้าถึงจิตใจคนอื่น ทำให้คนอื่นรู้จักสนิทสนม ทำให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น

2.ความน่าเคารพ จะทำให้บุคคลอื่นรู้สึกอบอุ่นใจ มองเห็นว่าเราเป็นที่พึ่งได้รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้

3.ความนอบน้อมถ่อมตน จะทำให้บุคคลอื่นยกย่องนับถือ และจะเอ่ยถึงด้วยความภาคภูมิใจ

4.ความรู้จักกาลเทศะ จะทำให้เข้าใจว่าควรจะกล่าวถึงเรื่องใด เวลาใดที่เหมาะสมและควรใช้ถ้อยอย่างไร

5.การเป็นผู้รับฟังที่ดี ฝึกให้มีความใจเย็นและเป็นที่ปรึกษาที่ดีพร้อมที่จะรับฟังในประเด็นต่างๆ

6.การยอมรับผิดและการให้อภัย บุคคลทุกคนมีมิทธิที่จะทำความผิดได้ เพราะคนที่จะไม่ทำผิดก็คือคนที่ไม่ทำอะไรเลย ดังนั้นเมื่อเราทำความผิดเราก็ควรขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ทำสิ่งนั้นอีกต่อไป ขณะเดียวกันบุคคลอื่นก็ควรให้อภัยแก่คนที่ทำความผิด

7.การให้เกียรติผู้อื่น เมื่ออยู่ในสังคมหรือมีผู้อื่นอยู่ด้วย ควรแสดงกิริยามารยาทที่ดี

8.ความกตัญญู เป็นสิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญอย่างมาก คนที่กตัญญูอยู่ที่ใดก็มีแต่คนยกย่องสรรเสริญ

9.เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เพื่อความสมานฉันท์ในสังคม

10.มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตนเอง เพื่อความเป็นระเบียบในสังคม

11.ซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานหนึ่งของมนุษย์

12.มีความสามัคคี เพื่อลดปัญหาข้อขัดแย้งในสังคม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: